นายพูลพิพัฒน์ ตันธนสิน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

นายพูลพิพัฒน์ ตันธนสิน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโรคอุบัติใหม่โควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ทุกคนจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันสู่ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)

เพื่อความปลอดภัยต่อตนเองและคนรอบข้าง องค์กร หรือสถานประกอบการต่างๆ ต้องปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจ และการบริหารจัดการภายในเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ และรัฐบาลมีความจำเป็นต้องบังคับใช้มาตรการที่เข้มข้นในการควบคุมโรคเพื่อให้การแพร่ระบาดอยู่ในวงจำกัด แน่นอนว่าสถานการณ์นี้ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย และทุกประเทศทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากการสรุปตัวเลขเศรษฐกิจของไทยปี 2563 โดยสภาพัฒน์พบว่าหดตัวลงกว่า 6% ขณะที่ IMF สรุปตัวเลขเศรษฐกิจโลกหดตัวลงกว่า 3% จากปี 2562

“คิวทีซี” เป็นองค์กรภาคเอกชนของไทยอีกแห่งที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 นี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อแผนธุรกิจและเป้าหมายการเติบโตขององค์กร แต่ด้วยความตระหนักรู้เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาด และการบริหารความเสี่ยงองค์กรอย่างรอบด้าน จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารงานในภาวะวิกฤตโควิด-19 ขึ้นมากรณีพิเศษในทันที เพื่อทำหน้าที่ประเมินความเสี่ยงในภาวะวิกฤตโควิด-19 ให้ครอบคลุมกิจกรรมในธุรกิจ พร้อมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคและมาตรการอื่น ๆ ที่จะช่วยลดผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ และสังคมอย่างเหมาะสม และเกิดความปลอดภัยแก่พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท และบริษัทในเครือ โดยมีการทบทวนและปรับแผนธุรกิจอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และใช้โอกาสในวิกฤตให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร และผู้มีส่วนได้เสียสูงสุด ส่งผลให้ผลประกอบการ ณ สิ้นปี 2563 เฉพาะกิจการมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปี 2562 กว่า 6% โดยมีสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการขายสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ธุรกิจโซลาร์ และรายได้จากการบริการเพิ่มขึ้นจากปี 2562 กว่า 300% ทดแทนรายได้จากการขายหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งหดตัวลงกว่า 5%เนื่องจากการชะลอการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการก่อสร้างต่าง ๆ เพราะภาวะวิกฤตโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อลูกค้าของ “คิวทีซี” กลุ่มผลิตภัณฑ์หม้อแปลงไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ณ สิ้นปี 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้นจากปี 2562 มากกว่า 14% และสำหรับผลการดำเนินงานของ บริษัท คิว โซลาร์ 1 จำกัด ในปี 2563 มีรายได้และกำไรสุทธิลดลงจากปี 2562 เล็กน้อย เนื่องจากในปี 2563 มีวันหยุดราชการเพิ่มขึ้นจากปี 2562 ทำให้อัตรารายได้ค่าไฟฟ้าต่อหน่วยน้อยลง โดยที่กำลังการผลิตไฟฟ้าไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับการบริหารจัดการภายในองค์กรปี 2563 เป็นไปอย่างระมัดระวัง มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการต่าง ๆ ค่อนข้างมากเพื่อให้มีความปลอดภัยต่อบุคลากร ในขณะที่ธุรกิจก็ยังสามารถดำเนินการได้โดยไม่หยุดชะงัก ส่งผลให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ในกระบวนการทำงานมากมาย ซึ่งในการปรับเปลี่ยนกระบวนการบริหารจัดการในช่วงวิกฤติโควิด-19 นี้ ทำให้บางมาตรการที่บริษัทกำหนดขึ้นอาจกระทบต่อสิทธิของลูกค้าในการเข้าตรวจรับสินค้าในห้องปฏิบัติการทดสอบ หรืออาจกระทบต่อกระบวนการจัดส่งวัตถุดิบของ Supplier หรือกระทบต่อสิทธิเสรีภาพหรือลดสิทธิที่พึงได้ด้านสวัสดิการบางรายการของพนักงาน ซึ่งบริษัทฯ ก็ได้ทำความเข้าใจกับผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม และได้รับความร่วมมือร่วมใจอันดีจากผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ก็ยังคงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากร และส่งเสริมการปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และการกำกับดูแล (ESG) ภายใต้ข้อจำกัดในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีการปรับปรุงนโยบายต่อต้านการทุจริตฯ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติที่มีการเปลี่ยนแปลง มีการศึกษาและพัฒนากระบวนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อลดผลกระทบ และส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสร้างสุขในองค์กรอย่างต่อเนื่อง

ด้านการบริหารจัดการความปลอดภัยในการทำงานซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญของบริษัทฯ ในปี 2563 มีอุบัติเหตุจากการทำงานเกิดขึ้นสูงกว่า ปี 2562 ส่วนใหญ่เกิดจากการปฏิบัติงานที่ไม่ระมัดระวังของพนักงาน ซึ่งผู้บริหารและคณะกรรมการบริษัทได้ให้ความสำคัญและมอบนโยบาย พร้อมแนวทางปรับปรุงให้กระบวนการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยมีประสิทธิภาพสูงและดีขึ้นกว่าเดิมในปี 2564 โดยยังคงเป้าหมายไว้ที่ Zero Accident

ด้านการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนในปี 2563 โครงการต่างๆ ที่บริษัทฯ วางแผนดำเนินการไว้บางโครงการจำเป็นต้องยกเลิก หรือชะลอไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพของทุกคน อย่างไรก็ดีบริษัทฯ ตระหนักดีว่าในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 นั้นส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วทั้งประเทศ คนตกงาน ไม่มีรายได้ ขาดแคลนอาหาร และของใช้จำเป็นต่อการป้องกันการติดเชื้อ บริษัทฯ จึงได้ทำโครงการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตโควิด-19 ด้วยการจัดถุงบรรจุอาหารแห้ง เครื่องดื่ม เจลแอลกอฮอร์และหน้ากากอนามัย จำนวน 300 ชุดแจกจ่ายให้ชุมชน 3 แห่งในพื้นที่ที่บริษัทฯ และบริษัทย่อยตั้งอยู่ นอกจากนี้ยังจัดทำหน้ากากอนามัยสำหรับนักเรียนจำนวน 4,000 ชิ้นมอบให้กับโรงเรียน 5 แห่งในพื้นที่โรงงานจังหวัดระยองตั้งอยู่พร้อมทั้งตั้งตู้ “หม้อแปลง ปันสุข” ไว้หน้าโรงงาน เพื่อเป็นช่องทางให้พนักงานหรือบุคคลทั่วไปที่ยังสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ให้นำอาหาร หรือสิ่งของจำเป็นมาใส่ไว้ในตู้ และผู้ได้รับผลกระทบสามารถนำกลับไปเพื่อยังชีพตามความจำเป็น เป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามความสามารถที่มีเพื่อให้ธุรกิจของเรา สังคมของเรา และประเทศชาติของเราอยู่รอดปลอดภัย

สุดท้ายนี้ในนามของคณะกรรมการฯ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ใคร่ขอขอบพระคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า ประชาชนทั่วไปในชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ที่ให้การสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้บริษัทด้วยดีตลอดมา พวกเราขอให้คำมั่นว่า จะดำเนินการตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ได้ให้ไว้ และจะมุ่งมั่น ทุ่มเท ในการพัฒนากระบวนการ เครื่องมือ เครื่องจักร และทุนมนุษย์ให้สามารถยืนอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และสังคม ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน